รีวิว i-mobile TV 650 Touch

Views: 10,419 | Posted by admin | i-mobile | วันอังคาร 10 พฤศจิกายน 2009 5:33 pm

คุ้มค่าไม่ซ้ำใครกับ ไอโมบาย ทีวี 650 โทรศัพท์มือถือ หน้าจอสัมผัส กว้าง 3 นิ้ว รองรับเครือข่าย GSM Tri-band ใช้งาน 2 ซิมการ์ดพร้อมกัน สนับสนุนการเชื่อมต่อ Bluetooth กล้องถ่ายรูป ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล เลนส์กล้องคุณภาพจาก Casio Hitachi พร้อมไฟแฟลช สนุกกับโมชั่นเกมส์ เครื่องเล่นวีดีโอ เครื่องเล่นเพลง วิทยุในระบบ FM และ เครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ (TV-tuner) ฟังเสียงผ่านชุดหูฟัง ขนาดหัวต่อ 3.5 มิลลิเมตร ใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่าน WAP พร้อมบริการดีๆ จาก i-Link

มีอะไรภายในกล่อง :

  • โทรศัพท์มือถือ
  • ปากกา Stylus
  • แบตเตอรี่ Li-ion 1000 mAh (BL-65)
  • อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่
  • ชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • การ์ดหน่วยความจำ microSD 2 GB
  • ซองใส่โทรศัพท์มือถือ
  • คู่มือการใช้งานโทรศัพท์มือถือ
  • คู่มือการใช้งาน i-Mail

i-mobile TV 650 ใช้วัสดุสีดำล้วน ออกแบบให้ด้านหน้ามีพื้นผิวสะท้อนเงา เน้นปุ่มย้อนกลับสีเงินขนาดใหญ่ ประกบข้างด้วยปุ่มโทรออกกับปุ่มวางสาย (ใช้เป็นปุ่ม Power เปิด/ปิด เครื่องในตัว) ถัดลงมาซ่อนไมโครโฟนสำหรับสนทนาหรือบันทึกเสียง

เมื่อถือตัวเครื่องด้วยมือซ้าย นิ้วโป้งจะสามารถกดปุ่มปรับระดับเสียงได้อย่างถนัด โดดเด่นด้วยปุ่มล็อค/ปลดล็อการใช้งานเครื่องขนาดใหญ่ และ มีช่องเสียบชุดหูฟัง ขนาดหัวต่อ 3.5 มิลลิเมตร อยู่ส่วนบน ข้างกันมีรูร้อยสายคล้องโทรศัพท์ด้วย

อีกด้านหนึ่งมีช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD ปุ่มทางลัดใช้งานกล้อง และ ช่องต่อสายเคเบิ้ล mini USB

เสาอากาศรับสัญญาณโทรทัศน์อยู่ด้านบนของตัวเครื่อง ติดตั้งไว้ตรงมุม เมื่อดึงเสาอากาศออกมาจนสุดจะสามารถหมุนปรับได้รอบทิศทาง

กล้องถ่ายรูป วางคู่กับไฟแฟลช อยู่ส่วนบนของฝาหลัง ถัดลงมาซ่อนลำโพงเสียงไว้ใต้ตะแกรงที่เป็นรูเล็กๆ นับได้ 24 รู ให้เสียงรอดผ่านออกมาได้อย่างดี

การถอดฝาหลังให้กดตรงช่วงกลางและดันลงด้านล่าง ภายในจะพบกับช่องเสียบซิมการ์ด 2 ช่อง อยู่มุมซ้ายของแบตเตอรี่ โดยช่องบนสำหรับเสียบซิมการ์ดหลัก (SIM 1) ช่องล่างสำหรับเสียบซิมการ์ดรอง (SIM 2)

หน้าจอหลักของโทรศัพท์มือถือ i-mobile TV 650 แสดงผลได้ 2 หน้า หน้าแรกเรียกว่า “หน้าจอปกติ” มาพร้อมแถบ Widget ติดขอบจอฝั่งซ้ายมือ สามารถดึงไอคอนออกมาวางบนหน้าจอ (สูงสุด 6 ไอคอน) เพื่อใช้เป็นทางลัดในการเปิดฟังก์ชั่นต่างๆ และสามารถเขย่าตัวเครื่อง 1 ครั้ง เพื่อจัดเรียงไอคอนให้สวยงาม ส่วนหน้าที่สองเรียกว่า “หน้าโทรด่วน” มีแถบ Widget เช่นกัน แต่เป็นการแสดงรายชื่อคนโปรด 8 หมายเลข พร้อมรูปภาพผู้โทร (Caller ID) ที่ผู้ใช้กำหนดไว้ในฟังก์ชั่นรายชื่อ เมื่อลากไอคอนผู้โทรออกมาวางบนหน้าจอหลัก สามารถเขย่าตัวเครื่องเพื่อจัดเรียงไอคอนให้สวยงามได้ ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนการแสดงผลระหว่างสองหน้าได้อย่างสะดวก เพียงแตะหน้าจอค้างไว้แล้วถูไปทางซ้ายหรือขวา (จะเห็นว่าเอฟเฟ็กต์ระหว่างเปลี่ยนหน้าจอหลักใ้ห้มุมมองสามมิติ)

ไอคอนทางลัดในแถบ Widget ของ “หน้าจอปกติ” สามารถปรับเปลี่ยน แก้ไข รวมถึงการเลือกฟังก์ชั่นมาเป็นทางลัด ได้ที่เมนู “ตั้งค่า” เข้าไปที่ “ตั้งค่าตัวเครื่อง” เลือก “เมนูลัด” กดปุ่ม “เพิ่ม” ในกรณไม่ทางลัดใดๆ เลยในแถบ Widget แต่ถ้ามีไอคอนทางลัดอยู่แล้วจะเปลี่ยนเป็นปุ่ม “ตัวเลือก” ซึ่งจะสามารถจัดการไอคอนทางลัดได้ดังนี้ เพิ่ม, แก้ไข, ลบ, ลบทั้งหมด และ เปลี่ยนลำดับ ใ้ห้มุมมองสามมิติ)

รูปภาพพื้นหลัง (Wallpaper) บนหน้าจอหลักทั้งสองหน้า สามารถกำหนดรูปภาพให้แตกต่างกันได้ หรือ จะให้เหมือนกันทั้งสองหน้าก็ได้ สำหรับรูปภาพที่เหมาะสมควรใช้ขนาด 240 x 400 พิกเซล และนำรูปภาพที่ต้องการใช้เป็น Wallpaper ดาวน์โหลดลงในการ์ดหน่วยความจำ microSD หรือ ถ่ายโอนใส่หน่วยความจำในตัวเครื่อง (25 MB) จากนั้นเข้าไปตั้งค่าที่เมนู “ตั้งค่า” เข้าไปที่รายการ “ตั้งค่าหน้าจอ” แล้วเลือก “ภาพพื้นหลัง” หากต้องการใช้รูปภาพมาตรฐานในตัวเครื่องให้เข้าไปที่ “ในระบบ” แต่ถ้าต้องการใช้รูปภาพของตัวเองให้เข้าไปที่ “จากจัดการไฟล์” จากนั้นให้เลือกแหล่งจัดเก็บภาพระหว่าง “ตัวเครื่อง” หรือ “การ์ดหน่วยความจำ” เมื่อเข้าไปเลือกรูปภาพที่ต้องการได้แล้ว ให้กดตัวเลือก จะพบเมนูการตั้งค่า 3 แบบ คือ หน้าจอปกติ (กำหนดใช้ในหน้าจอปกติ), หน้าโทรด่วน (กำหนดใช้ในหน้าโทรด่วน) และ ทั้งหมด (กำหนดให้แสดงทั้งสองหน้าโดยใช้รูปภาพเดียวกัน)

แถบทางลัดที่แสดงอยู่ด้านล่างของหน้าจอหลัก ไม่ว่าจะเลื่อนไปหน้าจอ “หน้าจอปกติ” หรือ “หน้าโทรด่วน” ก็ยังคงแสดงผลค้างไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ช่วยให้ผู้ใช้งานมีความสะดวก ในการติดต่อสื่อสารมากยิ่งขึ้น โดยปุ่มแรก (รูปหูโทรศัพท์) สำหรับเปิดแผงปุ่มกดตัวเลขเพื่อโทรออก พร้อมแสดงปุ่มโทรออกทั้ง 2 ระบบ, ปุ่มถัดมา (รูปหนังสือ) สำหรับเปิดรายชื่อที่บันทึกไว้ พร้อมการค้นหารายชื่อที่ต้องการ และมีปุ่มให้กดโทรออกได้ทันที, ปุ่มที่สาม (รูปซองจดหมาย) สำหรับเข้าสู่ฟังก์ชั่นข้อความ และ ปุ่มสุดท้าย (รูปวงกลม 4 รูป) สำหรับเปิดเมนูหลัก

เมนูหลักแสดงรูปภาพพื้นหลังตามธีมที่ใช้ ซึ่งมีให้เลือก 3 ธีม แต่ดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ (เลือกใช้ธีมได้ที่เมนู “ตั้งค่า” เข้าไปที่ “ตั้งค่าหน้าจอ” เข้าไปที่ “ธีม” เลือกรายการ “ในระบบ” แตะไปที่รายชื่อธีม เพื่อแสดงตัวอย่าง เมื่อต้องการใช้ให้กดปุ่ม “ตัวเลือก” และแตกที่ “เปิดใช้งาน” จะเห็นมีเมนู “ดาวน์โหลดธีม” อยู่ด้วย เป็นการดาวน์โหลดผ่าน WAP) สำหรับฟังก์ชั่นต่างๆ ของเมนูหลักจะแสดงผลด้วยรูปภาพไอคอน จัดวางในรูปแบบตาราง รวม 12 ฟังก์ชั่น

การโทร

i-mobile TV 650 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดพร้อมกัน โดยมีชื่อเครือข่ายแสดงอยู่บนหน้าจอหลัก เป็น Widget ที่สามารถซ่อนเก็บได้ และยังมี Widget หรือไอคอนทางลัด สำหรับตั้งค่าการใช้งาน 2 ซิมการ์ดด้วย สามารถเลือกการใช้งานเพียงซิมการ์ดเดียว (ใช้เฉพาะซิม 1 หรือ 2) พร้อมตั้งค่าใช้งานโหมดเครื่องบิน (ปิดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ) การโทรออกทำได้ง่าย เพียงกดปุ่มรูปหูโทรศัพท์ กดเบอร์โทรลงไป และ เลือกว่าจะโทรออกด้วยซิมการ์ดใด จากรูปภาพหูโทรศัพท์พร้อมเลข 1 หรือ 2 กำกับไว้ ส่วนการรับสาย ในขณะพร้อมใช้งาน (อยู่ในโหมดสแตนด์บาย) สามารถรับได้ทั้ง 2 ซิมการ์ด

การแสดงข้อมูลผู้โทร รองรับการแสดงรูปภาพผู้โทร (Photo caller ID) และ แสดงวีดีโอผู้โทร (Video caller ID) คือกำหนดไฟล์วีดีโอเป็นเสียงเรียกเข้าให้กับบุคคลในรายชื่อได้ แต่ต้องบันทึกรายชื่อของบุคคลนั้นลงในตัวเครื่อง ซึ่งมีพื้นที่ว่างสูงสุด 1,000 รายชื่อ แต่ละรายชื่อสามารถใส่ข้อมูลได้หลายรายการ คือ ชื่อ, เบอร์มือถือ, เบอร์บ้าน, ชื่อบริษัท, อีเมล์, เบอร์ที่ทำงาน, เบอร์แฟกช์, รูปภาพผู้โทร, วีดีโอผู้โทร, เสียงเรียกเข้า และ กลุ่มผู้โทร หากรายชื่อนั้นมีทั้ง รูปภาพผู้โทร และ วีดีโอผู้โทร เมื่อมีการโทรเข้าจะแสดงเฉพาะ Video caller ID เท่านั้น นอกจากนี้ในเมนูรายชื่อยังมีฟังก์ชั่น “แบล็คลิสต์” ให้ใช้งานด้วย สำหรับปฏิเสธการรับสายหรือรับข้อความของเบอร์โทรที่ไม่พึงประสงค์

โทรทัศน์

i-mobile TV 650 มาพร้อมเทคโนโลยี TV Tuner พร้อมเสาอากาศรับสัญญาณโทรทัศน์ในระบบอะนาล็อค ทำให้ผู้ใช้งานสามารถดูทีวีช่อง 3, 5, 7, 9, NBT และ ไทยทีวี ได้ฟรี เพิ่มความสะดวกด้วยการดึง Widget หรือไอคอนทางลัด “ทีวี” ออกมาบนหน้าจอหลัก เพียงสัมผัสเดียวก็เปิดทีวีดูได้ทันที ที่เหลือก็เพียงดึงเสาอากาศออกมา หมุนปรับหาสัญญาณให้ชัดเจน สำหรับการรรับชมภาพจะอาศัยเทคโนโลยี Motion Sensor ในการปรับมุมมองให้อัตโนมัติตามการหมุนตัวเครื่อง

คุณสมบัติเด่นของเครื่องเล่นทีวี รองรับการใช้งานหลายประเทศ รองรับการเชื่อมต่อสายเคเบิ้ล NTSC มีระบบค้นหาสัญญาณอัตโนมัติ ปรับความสว่างได้ 15 ระดับ รองรับ Motion Sensor สำหรับปรับการแสดงผลแนวนอน/แนวตั้งอัตโนมัติ และ สามารถบันทึกวีดีโอจากรายการโทรทัศน์มาเก็บไว้ดูภายหลัง (นำไปใช้เป็นวีดีโอผู้โทรได้)

เครื่องเล่นวีดีโอ

เครื่องเล่นวีดีโอจัดอยู่ในเมนูมัลติมีเดีย แต่มีไอคอนทางลัดใน Widget ช่วยให้เข้าถึงโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว รองรับไฟล์ 3GP กับ MP4 ควบคุมเครื่องเล่นวีดีโอ ด้วยการสัมผัสที่ปุ่มควบคุมบนจอแสดงผล ทำให้สามารถเลือกชมฉากที่ต้องการได้ทันที เพียงแตะที่แถบแสดงระยะเวลา รับชมภาพได้เต็มตาด้วยกาัรแสดงผลแนวนอน โดยปรับมุมมองให้อัตโนมัติตามการหมุนตัวเครื่อง

เครื่องเล่นเพลง

ฟังก์ชั่นเครื่องเล่นเสียง หรือเครื่องเล่น MP3 สามารถเลือกให้อยู่ในแถบไอคอนทางลัดบนหน้าจอหลักได้ เพื่อให้ผู้ใช้ดึงออกมาเปิดเพลงฟังได้อย่างสะดวก หรือจะเข้าผ่านทางเมนูหลัก ก็ถูกวางให้เป็นฟังก์ชั่นหลักเลยทีเดียว สามารถฟังเพลงจากการ์ดหน่วยความจำ microSD (จัดเก็บเพลงไว้ในโฟลเดอร์ My Music) มีโหมดการเล่นเพลงวนซ้ำทั้งหมดหรือวนซ้ำเพลงเดียว โหมดเล่นเพลงแบบสุ่มเพลงจากรายการ ระบบเล่นเพลงต่อเนื่องเมื่อออกไปใช้งานฟังก์ชั่นอื่น เปลี่ยนเพลงทันใจด้วยการสะบัดตัวเครื่อง ปรับเสียงอีควอไลเซอร์ได้ 9 แบบ (ปกติ, เบส, แดนซ์, คลาสสิค, เสียงแหลม, ปาร์ตี้, ป๊อป, และ ร็อค) ปรับเอฟเฟ็กต์เสียงสะท้อนได้ 6 แบบ (ห้องขนาดเล็ก, โอเปร่า, ห้องน้ำ, คอนเสิร์ต, อาบน้ำฝักบัว, และ โบสถ์) และ มีระบบเสียงเซอร์ราวด์สามมิติ ให้เลือกใช้ 2 โหมด

เครื่องเล่นวิทยุ

เมื่อเปิดเครื่องเล่นวิทยุ FM ก็สามารถรับฟังรายการวิทยุได้ทันที โดยไม่ต้องเสียบหูฟัง เพราะใช้เสาอากาศรับสัญญาณแทน ค้นหาคลื่นโปรดได้สะดวกรวดเร็ว พร้อมกับระบบค้นหา และบันทึกสถานีอัตโนมัติ สูงสุด 20 ช่อง หรือค้นหาโดยการกรอกตัวเลขคลื่นวิทยุได้ที่เมนู ตั้งความถี่ โดยป้อนจุดทศนิยมได้ 2 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังรองรับการบันทึกเสียง จากรายการวิทยุที่ฟังอยู่ ในรูปแบบไฟล์ WAV / AMR / AWB และ ฟังเพลงต่อเนื่องในขณะออกไปใช้งานฟังก์ชั่นอื่น

ระบบอีเมล

i-mobile TV 650 มาพร้อมบริการ i-Mail และ ระบบ Push Mail เข้าไปใช้งานได้ที่เมนู i-Link เมื่อเข้าสู่ i-Mail ควรเข้าไปตั้งค่าที่เมนู “รูปแบบเครือข่าย” ก่อน  เพื่อกำหนดซิมการ์ด ที่จะใช้บริการ จากนั้นเข้าไปที่ “ตั้งค่า” เพื่อตั้งค่าการอนุญาตการรับบริการต่างๆ เสร็จแล้วให้เลือก “เปิด” เพื่อเข้าสู่การใช้บริการอีเมล์ หน้าแรกหลังจากโหลดโปรแกรม จะพบข้อกำหนด หรือเงื่อนไขการใช้บริการ ซึ่งจะเตือนเรื่องค่าใช้จ่ายบริการ GPRS เมื่อมีการใช้งาน Push Mail หากยอมรับให้กด OK เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไป ในหน้าถัดมา จะเข้าสู่การลงชื่อเข้าสู่ระบบ (เมื่อมีการใช้งานไปก่อนหน้านี้) แต่ถ้าเป็นการใช้งานครั้งแรก ให้เลือก Register เพื่อลงทะเบียนขอใช้บริการอีเมล์จาก i-mobilephone.com

ขั้นตอนการลงทะเบียนขอใช้บริการอีเมล์จาก i-mobilephone.com ให้ผู้ใช้กรอกชื่ออีเมล์ที่ต้องการ จากนั้นใส่รหัสส่วนตัว และ ใส่รหัสอีกครั้งเพื่อยืนยัน เสร็จแล้วระบบจะทำการตรวจสอบ ว่ามีการใช้ชื่ออีเมล์ซ้ำหรือไม่ ถ้าไม่มีก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการลงทะเบียน สามารถเข้าไปดูกล่องรับจดหมายได้ที่ปุ่มรูปซองจดหมาย   ผู้ใช้จะได้ชื่ออีเมล์ของโทรศัพท์มือถือไอโมบาย ตัวอย่าง touchphoneview@i-mobilephone.com สามารถนำอีเมล์ที่ได้ ไปติดต่อธุรกิจ หรือแจกจ่ายให้เพื่อนๆ เพื่อครั้งต่อไป จะได้รับอีเมล์ได้สะดวก ทุกที่ทุกเวลา ผ่านโทรศัพท์มือถือของไอโมบาย

ถึงแม้จะได้อีเมล์ใหม่จาก i-mobilephone.com แต่อีเมล์เดิมที่นิยมใช้กันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Hotmail / Gmail / Yahoo! mail ก็ยังคงใช้งานได้ต่อไป แถมยังสามารถดึงอีเมล์เข้ามาในโทรศัพท์มือถือไอโมบายของคุณได้อีกด้วย เพียงเข้าไปตั้งค่าระบบส่งต่อ หรือ Forward ในอีเมล์เดิมที่คุณใ้ช้อยู๋ สามารถเข้าไปดูการตั้งค่าได้ที่ http://mail.i-mobilephone.com/pushmail/

การส่งอีเมล์โดยใช้ i-Mail รองรับการแนบสำเนาถึงบุคคลอื่น รองรับภาษาไทย ส่งออกได้รวดเร็ว แต่ยังไม่สามารถแนบไฟล์ได้ ส่วนการรับอีเมล์ รองรับภาษาไทยเช่นกัน และสามารถรับไฟล์เอกสารและรูปภาพ ที่แนบมากับอีเมล์ได้

กล้องถ่ายรูป

i-mobile TV 650 ใช้กล้องถ่ายรูปความละเอียด 3 ล้านพิกเซล เลนส์กล้องคุณภาพจาก Casio Hitachi Mobile Communications มาพร้อมกับไฟแฟลชสองดวง ให้ความสว่างได้ดี ด้านข้างมีปุ่มทางลัดใช้งานกล้อง สำหรับเข้าสู่โหมดถ่ายภาพ และใช้กดบันทึกภาพในตัว และสามารถสลับไปโหมดบันทึกวีดีโอได้ทันที การตั้งค่ากล้องให้กดปุ่มรูปฟันเฟือง จะแสดงแถบเมนูการตั้งค่าขึ้นมาทางด้านล่าง สามารถสลับไปดูอัลบั้มรูปภาพหรือไปโหมดวีดีโอ และมีการตั้งค่าต่างๆ ดังนี้

  • โหมดถ่ายภาพปกติ, ถ่ายดีที่สุด, ถ่ายต่อเนื่อง 4 ภาพ และ เพิ่มกรอบ มีกรอบรูปให้เลือก 10 แบบ
  • โหมดถ่ายภาพอัตโนมัติ, ในเวลากลางคืิน และ ป้องกันการสั่น
  • ปรับขนาดภาพ 240×320, 320×240, 640×480, 1280×960, 1600×1200 และ 2048×1536 พิกเซล
  • ไฟแฟลชกำหนดใช้งานอัตโนมัติ, ปิด และ เปิดค้างไว้ตลอด
  • โหมดโฟกัสภาพอัตโนมัติ, โหมดมาโคร และ ไม่จำกัด
  • ตั้งเวลาถ่ายภาพล่วงหน้า 5 หรือ 10 วินาที
  • สมดุลสีขาว อัตโนมัติ, แสงกลางวัน, ทังสเตน, ฟลูออเรสเซนต์, เมฆมาก และ แสงเทียน
  • เอฟเฟ็กต์ Grayscale, Sepia, Sepia green, Sepia blue และ Color invert
  • การตั้งค่าขั้นสูง
    คุณภาพ ปรับได้ 3 ระดับ
    เสียงชัตเตอร์ เปลี่ยนได้ 3 เสียง และ ปิดเสียงได้
    ลดการกระพริบอัตโนมัติ หรือปรับความถี่ 50 และ 60 Hz
    ปรับ AF หรือ หมดโฟกัสภาพอัตโนมัติ ให้ละเอียด (Full Scan) หรือแบบหยาบ (Quick Scan)

ในโหมดถ่ายภาพจะมีปุ่มให้กดปรับขนาดภาพได้ทันที ปุ่มมุมบนซ้าย ถัดลงมาเป็นปุ่มปรับค่าชดเชยแสง EV -2 ถึง +2 ส่วนการซูมภาพจะใช้ได้เฉพาะรูปภาพขนาด VGA หรือ 640×480 พิกเซล ลงไปจนถูกขนาดเล็กสุด สามารถขยายหรือซูมภาพได้สูงสุด 8 เท่า ใช้ปุ่มปรับระดับเสียงในการซูมภาพ

ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ i-mobile TV 650 Touch

     

คลิกบนรูปภาพเพื่อชมขนาดจริง

กล้องวีดีโอ

ถ่ายวีดีโอได้จากฟังก์ชั่นเครื่องบันทึกวีดีโอ (อยู่ในเมนูมัลติมีเดีย) หรือจะกดปุ่มชัตเตอร์เพื่อเข้าสู่โหมดกล้อง แล้วค่อยสลับเป็นโหมดบันทึกวีดีโอ ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่สะดวก และสามารถสลับกลับไปโหมดถ่ายภาพนิ่งได้เช่นกัน ในโหมดถ่ายวีดีโอจะมีปุ่มปรับค่าชดเชยแสง EV -2 ถึง +2 และมีปุ่มรูปแว่นขยายขึ้นมา สำหรับซูมเข้าหรือซูมออก (ขยายภาพ ได้สูงสุด 8 เท่า) ส่วนการตั้งค่าการบันทึกวีดีโอให้กดปุ่มรูปฟันเฟือง แล้วจะพบกับคุณภาพต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • โหมดบันทึกวีดีโออัตโนมัติ และ โหมดบันทึกในเวลากลางคืน
  • ความละเอียด 176×144 พิกเซล (รูปแแบไฟล์ 3GP)
  • โหมดโฟกัสภาพอัตโนมัติ, โหมดมาโคร และ ไม่จำกัด
  • สมดุลสีขาว อัตโนมัติ, แสงกลางวัน, ทังสเตน, ฟลูออเรสเซนต์, เมฆมาก และ แสงเทียน
  • เอฟเฟ็กต์ Grayscale, Sepia, Sepia green, Sepia blue และ Color invert
  • ไม่จำกัดระยะเวลาในการบันทึก หรือกำหนดระยะเวลา 15, 30, 60 วินาที
  • การตั้งค่าขั้นสูง
    คุณภาพ ปรับได้ 3 ระดับ
    เปิดหรือปิดการบันทึกพร้อมเสียง
    ลดการกระพริบอัตโนมัติ หรือปรับความถี่ 50 และ 60 Hz

ขอบคุณ : บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน)
โทร. 0 2975 5555






บทความที่เกี่ยวข้อง


Tag(s) : 2 SIM  TV-tuner  FM radio